
ทั่วโลกตื่นเต้นกับการค้นพบ ยารักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศชนิดรับประทาน ที่สามารถรักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้เป็นครั้งแรก (Erectile Dysfunction [ED]) จึงมีคำถามเกิดขึ้นในวงการแพทย์ว่าชายไทยมีจำนวนมากน้อย แค่ไหนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ และปัจจัยอะไรเป็นปัจจัยเสี่ยง ชายไทยให้ความสนใจกับปัญหานี้มากเพียงไร จะปรึกษาแพทย์หรือไม่ ดังนั้น จึงมีโครงการศึกษาเรื่อง "การศึกษาระบาดวิทยาของอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศของชายไทย" เพื่อตอบคำถามดังกล่าว ซึ่งศึกษาในชายไทยอายุ 40-70 ปี จำนวน 1,250 คนในเขตกรุงเทพมหานคร และเขตเมืองในอีก 8 จังหวัดใน 4 ภาค ภาคละ 2 จังหวัด โดยเลือกจังหวัดใหญ่และจังหวัดเล็กมาอย่างละหนึ่งจังหวัด
ปัจจัยเสี่ยง
- อายุ เมื่อผู้ชายมีอายุมากขึ้น จะมีโอกาสเกิด ED เพิ่มขึ้นด้วย ชายไทยอายุ 40 -49 ปี มีอัตราความชุกของ ED ราว 20% ซึ่งจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 73% ในชายอายุ 60-70 ปี ผู้ที่ไม่ได้ทำงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนเกษียณ ซึ่งมีอายุค่อนข้างมาก จึงไม่น่าแปลกใจที่พบว่ามีอาการ ED มากที่สุดถึง 61%
- อาชีพ ที่มีสถานภาพทางสังคมสูง เช่น นักวิชาชีพ และนักบริหาร มี ED ค่อนข้างต่ำราว 31-35% สำหรับความเชื่อที่ว่า เกษตรกรหรือชาวนามี ED ต่ำนั้น ปรากฏว่าเป็นอาชีพที่ ED มากที่สุด คือ 48%
- รายได้ รายได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเป็น ED ผู้ที่มีรายได้สูงจะมีปัญหาเรื่อง ED ลดลง ดังเช่น ผู้ที่มีรายได้น้อยกว่า หรือเท่ากับ 5,000บาท มีอาการ ED ประมาณ 58% เมื่อเทียบกับผู้มีรายได้อยู่ระหว่าง10,000 - 30,000 บาท ซึ่งมี ED เพียง 31%
- การศึกษา ผู้ที่มีการศึกษาสูงในระดับมหาวิทยาลัยจะมี ED เพียง 24% ในขณะที่ผู้มีสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา มี 52% เนื่องจากการศึกษาช่วยเพิ่มความรู้และการดูแลเอาใจใส่เกี่ยวกับสุขภาพอนามัยทั่วไปและสุขภาพทางเพศ ตลอดจนการแสวงหาการรักษาพยาบาลที่ดีกว่าต้นเหตุหลักของอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction หรือ ED) คือ หลอดเลือดแข็งและการที่ระบบประสาททำงานไม่ปกติ ทำให้อวัยวะเพศซึ่งโดยปกติเวลาได้รับสิ่งกระตุ้น หรือ สิ่งเร้าจะแข็งตัวขึ้นมาได้ แต่เนื่องจากหลอดเลือดแข็ง และระบบประสาทผิดปกติ ทำให้อวัยวะเพศไม่แข็งตัว หรือแข็งตัวได้น้อยไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้
- โรคประจำตัว ปัญหาด้านสุขภาพเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งที่มีอิทธิพลต่อการเกิด ED โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับการหมุนเวียนของโลหิตและเส้นประสาท การเป็นโรคเบาหวานสามารถทำให้เกิด ED ได้ถึง 75% ขณะที่โรคหัวใจ 64% โรคความดันโลหิตสูง62% รวมทั้งผู้ที่เคยได้รับอุบัติเหตุและบาดเจ็บบริเวณไขสันหลังและอุ้งเชิงกราน จะเสี่ยงต่อการเกิด ED เช่นกัน แม้ว่ายังไม่มีความเข้าใจอย่างชัดเจนเกี่ยวกับกลไกของอาการทางปัสสาวะที่มีต่อ ED แต่การศึกษานี้ก็พบว่าคนที่เดือดร้อนเกี่ยวกับการปัสสาวะจะมี ED มากกว่าคนที่ไม่เดือดร้อนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ภาวะทางจิตใจ เช่น ภาวะซึมเศร้า ก็มีส่วนทำให้เกิด ED แต่ไม่มากเท่ากับปัญหาสุขภาพทางกาย
พฤติกรรมเสี่ยง การสูบบุหรี่มีต่อการเกิดอาการ ED แต่มีผลกระทบทางอ้อมผ่านการการเจ็บป่วยโรคเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับ ED เช่น โรคหัวใจ เป็นต้น ผู้ที่เคยสูบบุหรี่ และกำลังสูบบุหรี่ มีอัตราความชุกของ ED เท่ากับ 45% และ 40% ในขณะที่คนที่ไม่เคยสูบบุหรี่ มีเพียง 35% การออกกำลังกายมีส่วนสำคัญทำให้สุขภาพทางเพศดีขึ้น แต่ผลการศึกษานี้ไม่พบอิทธิพลของการดื่มแอลกอฮอล์และการดื่มกาแฟต่อการเป็น ED
พฤติกรรมทางเพศ
การวิจัยนี้พบว่าชายไทยอายุ 40-70 ปี มีเพศสัมพันธ์เฉลี่ยประมาณ 7 ครั้ง/เดือน โดยที่ความถี่ของการมีเพศสัมพันธ์ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจนตามระดับของ ED ผู้ที่ไม่เป็น ED มีเพศสัมพันธ์เฉลี่ยราว 9 ครั้ง/เดือน ลดลงเป็น 6 ครั้ง/เดือนในผู้ที่เป็น EDระดับต่ำ และเท่ากับ 3 ครั้ง/เดือนในผู้ที่เป็น ED ระดับปานกลาง และน้อยกว่า 1 ครั้ง/เดือน ในผู้ที่เป็น ED ระดับรุนแรง มีราว 14% ที่ไม่มีเพศสัมพันธ์ภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา เหตุผลที่ตอบบ่อยที่สุด คือ ไม่มีอารมณ์ทางเพศ ไม่มีแฟน สุขภาพไม่ดี กลัวติดโรค/แก่แล้ว และภรรยาไม่ต้องการ/สุขภาพไม่ดี นอกจากนี้ การแข็งตัวของอวัยวะเพศทั้ง Full และ Morning erection ลดลงอย่างชัดเจน เมื่อมีระดับของ ED เพิ่มขึ้น รวมทั้ง การหย่อนสมรรถภาพทางเพศมีส่วนสำคัญทำให้ความพึงพอใจในชีวิตทางเพศลดลงด้วย
การวิจัยนี้พบว่าชายไทยอายุ 40-70 ปี มีเพศสัมพันธ์เฉลี่ยประมาณ 7 ครั้ง/เดือน โดยที่ความถี่ของการมีเพศสัมพันธ์ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจนตามระดับของ ED ผู้ที่ไม่เป็น ED มีเพศสัมพันธ์เฉลี่ยราว 9 ครั้ง/เดือน ลดลงเป็น 6 ครั้ง/เดือนในผู้ที่เป็น EDระดับต่ำ และเท่ากับ 3 ครั้ง/เดือนในผู้ที่เป็น ED ระดับปานกลาง และน้อยกว่า 1 ครั้ง/เดือน ในผู้ที่เป็น ED ระดับรุนแรง มีราว 14% ที่ไม่มีเพศสัมพันธ์ภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา เหตุผลที่ตอบบ่อยที่สุด คือ ไม่มีอารมณ์ทางเพศ ไม่มีแฟน สุขภาพไม่ดี กลัวติดโรค/แก่แล้ว และภรรยาไม่ต้องการ/สุขภาพไม่ดี นอกจากนี้ การแข็งตัวของอวัยวะเพศทั้ง Full และ Morning erection ลดลงอย่างชัดเจน เมื่อมีระดับของ ED เพิ่มขึ้น รวมทั้ง การหย่อนสมรรถภาพทางเพศมีส่วนสำคัญทำให้ความพึงพอใจในชีวิตทางเพศลดลงด้วย
การแสวงหาการรักษา
ถ้าเป็น ED แล้ว ประมาณ 41% จะไม่ปรึกษาใคร ส่วนคนที่ต้องการคำปรึกษา จะปรึกษาแพทย์ทั่วไปมากที่สุด (22%) รองลงมา ปรึกษาภรรยา/คู่นอน (13%) แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ (12%) และเพื่อนที่ไว้วางใจได้ (11%) ผู้สูงอายุที่มีปัญหา ED อย่างรุนแรง มักจะยอมรับสภาพไม่ยอมปรึกษาใคร ถ้าต้องปรึกษาแพทย์จะรู้สึกอึดอัดใจเป็นพิเศษ คนที่แต่งงานแล้วจะเอาใจใส่ปรึกษาสอบถามมากกว่าคนที่ไม่แต่งงาน หย่าร้าง หม้าย และแยกกันอยู่ ส่วนคนที่มีสถานภาพทางสังคมสูง เช่น ผู้ที่มีการศึกษาดี รายได้สูง นักวิชาชีพและผู้บริหาร เป็นต้น มักเข้าใจอุบัติการณ์ และการรักษาของอาการ ED ได้ดีกว่า จึงเลือกที่จะปรึกษาแพทย์ และไม่รู้สึกอึดอัดใจในการปรึกษาแพทย์
ถ้าเป็น ED แล้ว ประมาณ 41% จะไม่ปรึกษาใคร ส่วนคนที่ต้องการคำปรึกษา จะปรึกษาแพทย์ทั่วไปมากที่สุด (22%) รองลงมา ปรึกษาภรรยา/คู่นอน (13%) แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ (12%) และเพื่อนที่ไว้วางใจได้ (11%) ผู้สูงอายุที่มีปัญหา ED อย่างรุนแรง มักจะยอมรับสภาพไม่ยอมปรึกษาใคร ถ้าต้องปรึกษาแพทย์จะรู้สึกอึดอัดใจเป็นพิเศษ คนที่แต่งงานแล้วจะเอาใจใส่ปรึกษาสอบถามมากกว่าคนที่ไม่แต่งงาน หย่าร้าง หม้าย และแยกกันอยู่ ส่วนคนที่มีสถานภาพทางสังคมสูง เช่น ผู้ที่มีการศึกษาดี รายได้สูง นักวิชาชีพและผู้บริหาร เป็นต้น มักเข้าใจอุบัติการณ์ และการรักษาของอาการ ED ได้ดีกว่า จึงเลือกที่จะปรึกษาแพทย์ และไม่รู้สึกอึดอัดใจในการปรึกษาแพทย์
แม้ว่าจะมีคนจำนวนมากที่ส่อถึงอาการของ ED แต่มีไม่ถึง 1% ของประชากรที่ศึกษาที่เคยพบแพทย์ปรึกษาหารือ อย่างไรก็ตาม ข้อดีคือ 57% ของชายไทยอายุ 40-70 ปี เชื่อว่า ED รักษาให้หายได้หรือมีวิธีรักษา ความเชื่อนี้มีความแตกต่างตามสถานภาพทางเศรษฐกิจ สังคมและสภาพของปัญหา ED เช่น ผู้ทำงานวิชาชีพ เชื่อว่าสามารถรักษาได้ 69% ขณะที่ชนชั้นแรงงานเชื่อเพียง 49%
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น