แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมุนไพรไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมุนไพรไทย แสดงบทความทั้งหมด
ผู้อ่าน จำนวนมากอยากทราบว่า “ถั่งเช่า” เป็นอย่างไร ซึ่งข้อมูลงานวิจัยที่ได้จากภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กทม.โดยศาสตราจารย์ ดร.มณจันทร์ เมฆธน หัวหน้าภาควิชาดังกล่าว ระบุว่า “ถั่งเช่า” เป็นสมุนไพรจีน พบบนที่สูงจากระดับน้ำทะเล 4,000 เมตรขึ้นไป ในฤดูหนาวจะเป็นตัวหนอนและฤดูร้อนจะเป็นหญ้า เกิดจากหนอนผีเสื้อแถบที่ราบสูงทิเบต จำศีลใต้ดินช่วงฤดูหนาว จากนั้นจะถูกสปอร์ของเห็ดราในสกุล OPHIOCORDYCEPS อาศัยเป็น “ปรสิต” และเติบโตสร้างเส้นใยออกมาทางส่วนหัวของตัวหนอนในฤดูร้อน เห็ดชนิดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า OPHIOCORDYCEPS SINENSIS และราชนิดดังกล่าวจะเกาะติดบนตัวด้วงจำพวกผีเสื้อ หนอน มอด ดักแด้ หรือด้วง ค้างคาว ซึ่งตัวหนอนอ่อนที่มีราเกาะอยู่ช่วงฤดูหนาวจะมุดลงไปอยู่ใต้ดินแล้วค่อยๆกลายเป็นเชื้อราชื่อว่า SELEROTEA และในช่วงนี้เองเปลือกนอกตัวหนอนจะเป็นตัวสมบูรณ์ขึ้น และ เมื่อถึงฤดูร้อน ราดังกล่าวจะค่อยๆเจริญเติบโตขึ้นมีลักษณะคล้ายต้นหญ้า
พบมาก ในบริเวณภาคใต้ของมณฑลชิงไห่ เขตซองโควในทิเบต มณฑลกานซู และแถบเทือกเขาหิมาลัยในอินเดีย การเก็บเกี่ยวจะเก็บในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ เมื่อขุดหญ้าหนอน หรือ “ถั่งเช่า” ขึ้นมาแล้ว ล้างน้ำให้สะอาดแล้วตากแห้งใช้เป็นยาสมุนไพรได้เลยสรรพคุณจากงานวิจัย “ถั่งเช่า” บำรุงไต ลดอาการปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมไทรอยด์ และมะเร็งเต้านม แก้ภูมิแพ้ บำรุงเลือด ปรับสมดุลของเซลล์เม็ดเลือดแดง ลดปริมาณผมร่วง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ช่วยให้ผิวพรรณดี และสรรพคุณดีๆอีกเยอะ ใครอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติม โทร.08–1900–7325, 09–0549–4699 ครับ.
ที่มาจาก : thairath.co.th “นายเกษตร”
ชื่ออื่น ๆ : มะขามป้อมดิน (ภาคเหนือ), หมากไข่หลัง (เลย), ไฟเดือนห้า (ชลบุรี), เตียงจูเช่า (จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Phyllanthus urinaria Linn.
วงศ์ : EUPHORBIACEAE
ลักษณะทั่วไป :
  • ต้น : เป็นพรรณไม้ล้มลุก ลักษณะของลำต้นตั้งตรง ลำต้นมีความสูงประมาณ 4-16 นิ้ว ลักษณะของลำต้นเรียบไม่มีขน ข้อ และกิ่งก้านเป็นสีแดง
  • ใบ : ใบออกเป็นใบรวม มีใบย่อยเรียงสลับกันเป็น 2 แถว ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปรี ปลายใบแหลมสั้น หรือมน โคนใบกลมมน หลังใบมีเป็นเขียว ส่วนใต้ท้องใบเป็นสีเขียวเทา ใบมีขนาดเล็ก กว้างประมาณ 2-5 มม. ยาวประมาณ 5-15 มม. ก้านใบสั้น
  • ดอก : ดอกมีขนาดเล็ก เป็นสีเหลืองอมน้ำตาล ดอกเพศผู้และเพศเมียจะแยกกันอยู่คนละดอก
  • ผล : ผลมีลักษณะเป็นรูปกลมแบน มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 มม. ผิวเปลือกนอกขรุขระ ผลอ่อนเป็น สีเขียว เมื่อแก่ก็จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ข้างในผลเป็นรูปสามเหลี่ยม สีน้ำตาล ผลออกเรียงเป็นแถวอยู่ใต้ก้านใบ
การขยายพันธุ์ : เป็นพรรณไม้ที่พบขึ้นเองตามสวน หรือที่รกร้างขึ้นได้ดีในเกือบทุกประเภท ขยายพันธุ์ด้วยการใช้เมล็ด
ส่วนที่ใช้ : ทั้งลำต้น
สรรพคุณ :
  • ลำต้น ใช้ลำต้นสดประมาณ 30-60 กรัม (แห้ง 15-30 กรัม) นำมาต้มหรือคั้นเอาน้ำกิน เป็นยา แก้บิดถ่ายเป็นมูกเลือด ตับอักเสบ แก้ไข้ นิ่ว ขับปัสสาวะ ลำไส้อักเสบ ไตอักเสบบวมน้ำ โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ต้อตาและเป็นโรคตาแดง หรือใช้ภายนอกในการตำพอก แผลที่บวมอักเสบ บริเวณริมปาก และศีรษะ เป็นต้น
ตำรับยา :
  1. เป็นไตอักเสบโดยเฉียบพลัน ให้ใช้ลำต้นแห้ง กับจั่วจิเช่า ในปริมาณอย่างละ 10 กรัม และเจียะอุ้ยแห้ง จีจูเช่าแห้ง ใช้อย่างละ 15 กรัม นำมาต้มรวมกันเอาน้ำกิน
  2. เด็กที่เป็นโรคขาดสารอาหาร ตาฟาง ให้ใช้ลำต้นแห้งประมาณ 15-20 กรัม นำมาตุ๋น ผสมกับตับหมู และตับไก่ให้รับประทาน
  3. โรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หรือเป็นนิ่วให้ใช้ลำต้นสด ผักกาดน้ำสด ต้นผีเสื้อน้ำสด ในปริมาณอย่างละ30 กรัม กูดงอแงสด ประมาณ 15 กรัม นำมาต้มเอาน้ำกินตำรับยา (สัตว์) : 1. สัตว์เลี้ยงเป็นโรคบิด ให้ใช้ต้นสดประมาณ 250-500 กรัม นำมาตำคั้นเอาน้ำหรือใช้ผสมกับอาหารให้กิน
  4. ลูกหมูเป็นบิด ถ่ายออกเป็นมูกเลือด ให้ใช้ลำต้นสดประมาณ 30 กรัม หญ้ากระต่ายจันทร์สด ประมาณ 12 กรัม นำมารวมกันตำคั้นเอาน้ำให้กินวันละ 2 ครั้ง
  5. วัว ตาเป็นต้อกระจก ตาฟาง ให้ใช้ลำต้นสด เถาสังวาลพระอินทร์สด และดอกเก๊กฮวย ในปริมาณอย่างละ 250 กรัม นำมาต้มเอาน้ำให้กิน 

ความรู้เรื่องสมุนไพร

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

สาระน่ารู้อื่นๆ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

Popular Posts