แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ใบบัวบก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ใบบัวบก แสดงบทความทั้งหมด
ใบบัวบก สรรพคุณด้านความงาม ที่มากกว่ารักษาแผลใจ
สังเกตไหมว่าเวลามีคนทักว่าหน้าเด็ก ผู้หญิงอย่างเราๆ มักยิ้มกว้างเสมอ ไหนใครไม่อยากหน้าเด็กยกมือขึ้น ถ้าไม่มีเราลองสูตรนี้กัน ง่ายๆ ด้วยใบบัวบกที่เราอาจคุ้นชินว่าไว้ดื่มรักษาแผลใจนั้น ความจริงมีสรรพคุณมากมายที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อน
ใบบัวบก (Tiger's herb หรือ Gotu Kola Herb) 
เป็นสมุนไพรที่ขึ้นในเขตร้อน ดังนั้นนอกจากประเทศเราแล้ว หลายๆ ประเทศอย่างจีนหรืออินเดียก็รู้จักสรรพคุณของใบบัวบกเป็นอย่างดีเช่นกัน ความเชื่อในสรรพคุณด้านความงามของใบบัวบก มีมาช้านาน จนมีคำกล่าวว่า “ 2 leaves a day keeps old age away” ซึ่งความเชื่อจากภูมิปัญญาโบราณถูกยืนยันด้วยการทดลองในห้องแล็บสมัยใหม่ที่ พบว่าใบบัวบกมีสารที่ให้พลังงานแก่เซลล์ กระตุ้นการสร้างคอลลาเลจนและอีลาสติน จึงช่วยสมานผิว และลดริ้วรอยแห่งวัย นอกจากนี้ ใบบัวบกยังมีฤทธิ์ช่วยเสริมประสิทธิภาพความทรงจำ ปรับปรุงระบบการรับส่งกระแสประสาท ในต่างประเทศมีการทดลองให้เด็กๆ รับประทานใบบัวบก พบว่าทำให้ได้คะแนนดีขึ้นในการทดสอบเพื่อวัดระดับสติปัญญา
เอาล่ะ รู้จักสรรพคุณกันแล้ว ก็เริ่มต้นทำสวยกันได้แล้ว
ขั้นตอนทำสวย
นำใบบัวบกมาล้างให้สะอาด หั่นเป็นฝอยละเอียด แล้วนำไปตำหรือปั่นให้ละเอียด ผสมน้ำแร่แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง เก็บเฉพาะส่วนน้ำไว้ใช้ สูตรนี้หลังจากทำแล้วสามารถเก็บไว้ใช้ได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ในใบบัวบกมีสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินซึ่งทำให้โครงสร้างผิว แข็งแรงและยืดหยุ่น ใช้สำลีชุบโทนเนอร์ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด วันละ 2 ครั้ง เช้า/เย็น ใช้สำลีชุบทาทั่วใบหน้า หรือจะใช้สำลีแปะไว้ที่ผิวใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะช่วยบำรุง
เราอาจมีคำถามว่าทำไมต้องเป็นน้ำแร่ (Mineral Water) และนี่คือคำตอบ
เพราะร่างกายมนุษย์มีแร่ธาตุเป็นส่วนประกอบอยู่ประมาณร้อยละ 4 ของน้ำหนักตัว แม้จะมีปริมาณเพียงน้อยนิด แต่เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่สามารถขาดได้ เพราะการขาดแร่ธาตุจะเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพต่างๆ
คุณสมบัติทางเคมีของน้ำแร่ มีแร่ธาตุมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม โซเดียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม กำมะถัน ฯลฯ แร่ธาตุเหล่านี้มีส่วนสำคัญในกระบวนการชีวเคมีของร่างกาย ช่วยเสริมกระบวนการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ปรับสมดุลระบบการทำงานของร่างกาย จึงส่งผลดีทั้งต่อสุขภาพกายและสุขภาพผิว
ยังมีพืชผัก ผลไม้อีกหลายชนิดที่มีสรรพคุณทางด้านความงาม ไม่ว่าจะเป็นแตงกวา มะนาว องุ่น มะละกอ แคนตาลูป กล้วย มะกรูด ฯลฯ ถ้าเรารู้จักและใช้ให้เป็น สุขภาพผิวที่ดีเป็นเรื่องที่เนรมิตได้จริงๆ
ใบบัว ช่วยในการบำรุงสมอง
ในตำราไทยกล่าวว่า บัวบกมีรสเฝื่อน ขม เย็น เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ท้องเสียหรือบิด แก้ลม แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า เป็นยาบำรุงกำลัง ยาอายุวัฒนะ
นอกจากนี้ยังมีผู้รจนาสรรพคุณของบัวบกว่า "กิน 1 เดือน โรคร้ายหายสิ้นมีปัญญา กิน 2 เดือน บริบูรณ์น่ารักมีเสน่ห์ กิน 3 เดือน ริดสีดวงสิบจำพวกหายสิ้น กิน 4 เดือน ลมสิบจำพวกหายสิ้น กิน 5 เดือน โรคร้ายในกายทุเลา กิน 6 เดือน ไม่รู้จักเมื่อยขบ กิน 7 เดือน ผิวกายจะสวยงาม กิน 8 เดือน ร่างกายสมบูรณ์เสียงเพราะ.."
จากงานศึกษาวิจัยพบว่า บัวบกมีฤทธิ์เช่นเดียวกับแปะก๊วยในการบำรุงสมอง กล่าวคือ เพิ่มความสามารถความจำและการเรียนรู้ มีการจดสิทธิบัตรสารสกัดในบัวบกด้านคุณสมบัติช่วยเพิ่มความสามารถในการจำ นอกจากนี้ยังมีการทดลองในสัตว์ด้วย ซึ่งพบว่า บัวบกทำให้ลูกหนูมีความจำและความสามารถในการเรียนรู้ดีขึ้น ทำให้เซลล์สมองของหนูแรกเกิดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความฉลาด ส่วน hippocampal CA3 และแขนงนำสัญญาณประสาทของสมองส่วนที่เรียกว่า อมิกดาลา (amygdala) ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการควบคุมเหตุผลและอารมณ์ มีการพัฒนาการที่ดีกว่าหนูในกลุ่มควบคุม ทำให้ปฏิภาณไหวพริบในการหลบหลีกสิ่งกีดขวางของหนูดีขึ้น ตลอดจนยังเพิ่มสมาธิและความสามารถในการตัดสินใจเฉพาะหน้าในหนูได้อีกด้วย
ส่วนการศึกษาในมนุษย์พบว่า เด็กปัญญาอ่อนที่กินบัวบกวันละ 500 มิลลิกรัมติดต่อกันสามเดือนมีความสามารถเรียนรู้ได้ดีกว่ากลุ่มควบคุม ส่วนการศึกษาในระดับเซลล์ถึงกลไกการออกฤทธิ์บำรุงสมองพบว่า บัวบกทำให้การหายใจในระดับเซลล์ของสมองดีขึ้น ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการเสื่อมของเซลล์สมอง คงสภาพปริมาณของสารสื่อประสาท acetylcholine ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของสมอง เสริมฤทธิ์การทำงานของสาร GABA ซึ่งเป็นสารสื่อประสาททำหน้าที่รักษาสมดุลของจิตใจทำให้ผ่อนคลายและหลับได้ง่าย นอกจากนี้บัวบกยังทำให้หลอดเลือดมีความแข็งแรงและสามารถนำเลือดไปเลี้ยงในอวัยวะต่างๆ ได้ดีขึ้น เป็นต้น
จากผลการศึกษาวิจัยดังกล่าว ทำให้บัวบกมีแนวโน้มจะใช้เป็นอาหารเพิ่มไอคิว เพิ่มความฉลาด เพิ่มความสามารถในการจำและการเรียนรู้ในเด็ก โดยเฉพาะในเด็กปัญญาอ่อนรวมไปถึงการใช้ในเด็กสมาธิสั้น เนื่องจากบัวบกทำให้สารในสมองมีความสมดุล คือ มีความสงบผ่อนคลาย และการเพิ่มเลือดไปเลี้ยงสมองทำให้เกิดความสามารถในเรียนรู้ได้ดีขึ้น ส่วนในคนทั่วไปบัวบกจะช่วยชะลออาการของโรคสมองเสื่อมในวัยชราหรืออัลไซเมอร์รวมทั้งช่วยคลายเครียด ทำให้มีสมาธิในการทำงานอีกด้วย

ใบบัวบก ประโยชน์และสรรพคุณของใบบัวบก 86 ข้อ
ใบบัวบก หรือ บัวบก (Gotu kola) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Centella asiatica (L.) Urban. และมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ อย่างภาคใต้จะเรียกว่า “ผักแว่น ส่วนภาคเหนือจะเรียกว่า “ผักหนอก” ส่วนชื่ออื่นๆ “กะโต่” เป็นต้น จัดเป็นพืชสมุนไพรที่มีต้นกำเนิดในแถบเอเชีย เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก มีกลิ่นฉุน มีรสขมหวาน
เมื่อพูดถึง บัวบก สมุนไพรชนิดนี้ขึ้นมาทีไร หลายๆคนคงนึกไปว่ามันแค่ช่วยแก้อาการช้ำในเฉยๆ (ส่วนอาการอกหักนี้ไม่เกี่ยวกันนะ) แต่ในความเป็นจริงแล้ว บัวบก หรือ ใบบัวบก นั้นมีสรรพคุณมากมาย เพราะได้รับการกล่าวขานเกี่ยวการรักษาโรคได้หลายชนิด อย่างโรคลมชัก โรคผิวหนัง ท้องเสีย ท้องอืด แผลในกระเพาะอาหาร มีฤทธิ์กล่อมประสาท ช่วยบำรุงสมอง เพิ่มความจำ ช่วยลดความอ่อนล้าของสมอง
ใบบัวบก มีสารประกอบสำคัญๆหลายชนิด อย่าง บราโมซัยด์ บรามิโนซัยด์ ไตรเตอพีนอยด์ มาดิแคสโซซัยด์ ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบ และยังมี กรดมาดิแคสซิค วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี6 วิตามินเอ วิตามินเค ธาตุแคลเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโซเดียม และ กรดอะมิโน อย่าง แอสพาเรต กรดกลูตามิก เซรีน ทรีโอนีน อะลานีน ไลซีน ฮีสทีดิน เป็นต้น
ใบบัวบก เหมาะสำหรับคนที่ขี้ร้อน มีภาวะแกร่ง หรือมีความร้อนชื้น เพราะเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาเย็น

ประโยชน์ของใบบัวบก
  1. บัวบกบัวบก เป็นพืชที่มีแคลเซียมในระดับปานกลางถึงสูง แต่มีระดับสารออกซาเลตที่เป็นอันตรายต่อร่างกายในปริมาณต่ำ
  2. ใบบัวบก ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ ย้อนอายุและวัย
  3. สรรพคุณใช้เป็นยาอายุวัฒนะ
  4. ช่วยเสริมสร้างและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน
  5. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต่อต้านการเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกาย
  6. ประโยชน์ของใบบัวบก ช่วยบำรุงและรักษาสายตา ฟื้นฟูรอบดวงตา เพราะบัวบกมีวิตามินเอสูง
  7. ช่วยรักษาอาการตาอักเสบบวมแดง ด้วยการใช้ใบบัวบกล้างน้ำสะอาด คั้นเอาแต่น้ำนำมาหยดที่ตา 3-4 ครั้งต่อวัน
  8. ช่วยบำรุงประสาทและสมองเหมือน ใบแปะก๊วย
  9. ช่วยทำให้ความจำดีขึ้น และทำให้มีปฏิภาณไหวพริบเพิ่มมากขึ้น
  10. ช่วยเพิ่มความจำในผู้สูงอายุ
  11. เชื่อว่าใบบัวบกมีส่วนช่วยเพิ่มไอคิว ความฉลาด และความสามารถในการเรียนรู้
  12. ใบบัวบก สรรพคุณช่วยชะลออาการของโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ สตรีวัยทอง หรือโรคอัลไซเมอร์ หรืออาการหลงลืมระยะสั้นได้
  13. ช่วยเพิ่มสมาธิ แก้สมาธิสั้น
  14. ช่วยเพิ่มความสามารถในการจัดสินใจเฉพาะหน้า
  15. ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ ปวดศีรษะข้างเดียว
  16. ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ
  17. ช่วยผ่อนคลายความเครียด
  18. ช่วยเสริมการทำงานของ กาบา (GABA) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยรักษาสมดุลของจิตใจ จึงช่วยผ่อนคลายและทำให้หลับง่ายขึ้น
  19. ช่วยทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น
  20. ประโยชน์ของใบบัวบกช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่
  21. ประโยชน์ใบบัวบก ใช้เป็นบำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย
  22. ช่วยบำรุงโลหิตในร่างกาย
  23. ช่วยบำรุงหัวใจ
  24. ช่วยฟื้นฟูสุขภาพจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ
  25. ช่วยทำให้จิตใจสดชื่น อารมณ์แจ่มใส
  26. ช่วยทำให้หน้าตาสดใส เหมือนเป็นวัยรุ่น
  27. ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ
  28. ช่วยบำรุงเสียง
  29. ช่วยรักษาอาการเจ็บคอ ด้วยการใช้บัวบกสดประมาณ 1 กำมือ นำมาตำคั้นเอาน้ำแล้วเติมน้ำส้มสายชู 1-3 ช้อนแกง แล้วจิบกินบ่อยๆ
  30. ช่วยแก้กระหายน้ำ
  31. สรรพคุณใบบัวบก ช่วยแก้อาการร้อนใน ตัวร้อน
  32. ใบบัวบกมีสารยับยั้งหรือชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยต่อต้านโรคมะเร็ง
  33. ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวานได้ดี
  34. ช่วยรักษาโรคดีซ่านจากภาวะร้อนชื้น ด้วยการใช้บัวบก 30 กรัม น้ำตาลทรายกรวด 30 กรัม ต้มน้ำดื่ม
  35. ช่วยรักษาโรคโลหิตจาง
  36. ช่วยรักษาอาหารหืด
  37. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง ด้วยการใช้ต้นสด 1 กำมือต้มกับน้ำแล้วนำมาดื่ม หรือจะใช้บัวบกสดๆทั้งต้นประมาณ 30 กรัมนำมาค้นเอาน้ำ เติมน้ำตาลเล็กน้อยแล้วดื่มกินประมาณ 5-7 วัน
  38. ช่วยรักษาโรคลมชัก
  39. ช่วยรักษาโรคหลอดลมอักเสบ
  40. ช่วยรักษาอาการเต้านมอักเสบเป็นหนองในระยะแรก ด้วยการใช้บัวบกและเปลือกของลูกหมาก 1 ผล นำมาต้มกับเหล้าดื่ม
  41. ช่วยแก้คนเป็นบ้า
  42. ช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับเลือด
  43. สรรพคุณของบัวบก ช่วยลดความดันเลือด เพิ่มความยืดหยุ่นให้หลอดเลือด และช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด
  44. ช่วยรักษาโรคที่มีสมุฏฐานจากเสมหะ
  45. ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย เมื่อยล้า
  46. ช่วยแก้ไข้
  47. ช่วยห้ามเลือดกำเดา เพราะทำให้เลือดเดินแต่เลือดจะไม่ออกจากเส้นเลือดและยังทำให้เลือดเย็นอีกด้วย
  48. ช่วยแก้อาการช้ำใน บาดเจ็บจากการกระทบกระแทก
  49. เป็นพืชที่ย่อยได้ง่าย
  50. ช่วยทำให้เจริญอาหาร รับประทานอาหารได้มากขึ้น
  51. บัวบกสรรพคุณ ช่วยแก้อาการท้องเสีย
  52. สารสกัดจากใบบัวบกมีฤทธิ์ป้องกันและยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี
  53. ประโยชน์ของใบบัวบกช่วยแก้อาการเริ่มที่จะเป็นบิด
  54. ช่วยรักษาโรคบิด หรือมีมูกเลือดปนเมื่อขับถ่าย
  55. ช่วยรักษากระเพาะอาหารเป็นแผล
  56. ใช้เป็นยาระบาย ช่วยระบายท้อง แก้ลม
  57. ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
  58. แก้อาการปัสสาวะติดขัด ด้วยการใช้ใบบัวบกประมาณ 50 กรัม นำมาตำแล้วพอกบริเวณสะดือ เมื่อถ่ายปัสสาวะคล่องดีแล้วค่อยเอาออก
  59. บัวบกสรรพคุณทางยา ช่วยขับความร้อนชื้นทางเดินปัสสาวะ ป้องกันการเกิดนิ่ว
  60. ช่วยรักษาโรคนิ่วทางเดินปัสสาวะด้วยการใช้บัวบก 50 กรัมต้มกับน้ำชาข้าวครั้งที่ 2 แล้วนำมาดื่ม
  61. ช่วยรักษาอาการมีหนองออกจากปัสสาวะ
  62. ช่วยแก้อาการน้ำดีในร่างกายมากเกินไป
  63. ช่วยรักษาโรคม้ามโต
  64. ช่วยรักษาอาการติดเชื้อของไวรัสตับอักเสบ
  65. แก้อาการปวดข้อรูมาตอยด์
  66. ใช้เป็นยาห้ามเลือด ใส่แผลสด ด้วยการใช้ใบสดประมาณ 20 ใบนำมาล้างให้สะอาด ตำพอกแผลสด
  67. ช่วยรักษาแผลให้หายเร็วยิ่งขึ้น ช่วยเร่งการสร้างเนื้อเยื่อ
  68. ช่วยแก้อาการฟกช้ำ ด้วยการใช้ใบบัวบกมาทุบให้แหลกแล้วนำมาโปะบริเวณที่ฟกช้ำ หรือจะใช้ใบบัวบกประมาณ 40 กรัม ต้มกับเหล้าแดงประมาณ 250 cc. ประมาณ 1 ชั่วโมงล้วนำมาดื่ม
  69. ใช้บัวบกตำนำมาพอกรักษาความร้อนบวมของโรคไฟลามทุ่ง หรือจะใช้รักษาอาการด้วยการใช้เอาบัวบกที่คั้นเอาแต่น้ำ ผสมกับแป้งข้าวเหนียวทำเป็นแป้งเหลว พอกบริเวณที่เป็น
  70. ช่วยรักษาพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย
  71. ใบบัวบกสรรพคุณทางยา ช่วยรักษาโรคผิวหนังต่างๆ เช่น โรคเรื้อน โรคสะเก็ดเงิน หิด หัด เป็นต้น
  72. ช่วยระงับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดหนอง
  73. สรรพคุณใบบัวบกช่วยลดอาการอักเสบของแผลเป็นอย่างดี และใช้ทารักษาแผลอักเสบจากการผ่าตัดได้อีกด้ว
  74. ช่วยรักษาผิวหนังเป็นด่างขาว
  75. ใช้เป็นยาถอนพิษ ช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อน จากแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ด้วยการใช้ทั้งต้นสดของบัวบกประมาณ 3 ต้นนำมาล้างน้ำให้สะอาด ตำให้แหลกแล้วนำมาพอกแผลไฟไหม้
  76. บัวบกมีการนำมาผลิตเป็นแคปซูลวางจำหน่าย มีสรรพคุณในการช่วยบำรุงสมองเป็นหลัก (Brain tonic)
  77. ปัจจุบันมีการนำไปทำเป็นยาเป็นแผนปัจจุบันในรูปแบบผงใช้โรยแผล และในรูปแบบเม็ดรับประทานเพื่อรักษาแผลผ่าตัด แผลสดไฟไหม้น้ำร้อนลวก หรือฝีหนองได้ และยังช่วยป้องกันการเกิดแผลเป็นอีกด้วย
  78. ช่วยแก้อาการ ก้างปลาติดคอ ด้วยการน้ำบัวบกไปต้มน้ำ แล้วค่อยๆ กลืนน้ำลงคอ
  79. ใบและเถาบัวบกใช้รับประทานเป็นผักสดกับน้ำพริกกะปิคั่ว หมี่กรอบ ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ลาบ ก้อย แกงเผ็ด ยำใบบัวบก ซุบหน่อไม้ เป็นต้น
  80. น้ำคั้นจากใบบัวบกนำมาทำเป็นน้ำมันบัวบกใช้ชโลมศีรษะ มีสรรพคุณช่วยบำรุงหนังศีรษะและเส้นผม ช่วยทำให้เส้นผมดกดำ แก้ปัญหาผมร่วง ผมหงอกก่อนวัย
  81. น้ำใบบัวบก เป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับหน้าร้อนเป็นอย่างมาก เพราะมีฤทธิ์เป็นยาเย็นดับร้อนในร่างกายได้สารพัด
  82. สารสกัดจากใบบัวบก มีคุณสมบัติช่วยลดการระคายเคืองผิว และปลอดภัยกับร่างกาย
  83. สารสกัดจากใบบัวบกมีการนำมาใช้เพื่อเป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง
  84. มีการนำสารสกัดจากใบบัวบกมาใช้ทำเป็นวัสดุปิดแผล
  85. ลบรอยตีนกาตื้นๆ ด้วยน้ำใบบัวบก ด้วยการนำบัวบกมาล้างน้ำให้สะอาด นำไปปั่นจนละเอียด แล้วนำน้ำที่ได้มาใช้สำลีชุบน้ำทาทั่วบริเวณหางตาหรือทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก โดยควรทาทุกวันก่อนนอน
  86. มีการนำสารสกัดจากใบบัวบกมาผลิตเป็น สบู่ใบบัวบก ซึ่งผู้ผลิตอ้างว่าช่วยรักษาสิว ทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใส ผิวหน้าเต่งตึงได้

น้ำใบบัวบก
วิธีทำน้ำบัวบก
  1. วิธีทำน้ำบัวบกวิธีทำน้ำบัวบก ควรเลือกใช้ใบบัวบกที่แก่กว่า กินเป็นผักสด โดยใช้ทั้งรากนำมาล้างน้ำทำความสะอาด
  2. ใบบัวบกจะเหนียวให้ตัดเป็น 2-3 ท่อน ก่อนนำมาบด
  3. คั้นน้ำแรกโดยผสมน้ำกับใบบักบกที่บด แล้วนำกากที่เหลือมาคั้นน้ำที่สองเพื่อให้ได้ตัวยาสมุนไพรที่ยังเหลืออยู่ (ควรใช้น้ำสะอาด และห้ามใช้น้ำร้อน หรือนำน้ำที่ค้นได้ไปต้ม)
  4. กรองน้ำบัวบกด้วยผ้าขาวบางห่างๆ (แบบผ้ามุ้ง ถี่มากจะกรองไม่ได้)
  5. หลังกรองจะมีกากให้ทิ้งไป ให้รินเฉพาะน้ำส่วนใสๆมาดื่ม
  6. น้ำบัวบกต้องคั้นใหม่ๆ จากใบสดๆ และไม่ควรเก็บน้ำที่คั้นได้ไว้นาน หรือควรแช่เย็นเก็ยไว้
  7. น้ำเชื่อมถ้าทำมาจากน้ำต้มใบเตย จะทำให้น้ำบัวบกอร่อยมากขึ้น
สรรพคุณของน้ำใบบัวบกช่วยแก้ร้อนใน ช้ำใน
ไข่เจียวบัวบก
ไข่เจียวบัวบก
  1. ใบบัวบกวัตถุดิบที่ต้องเตรียมได้แก่ บักบกสด 20 กรัม / ไข่ 2 ฟอง / น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ / น้ำปลาเล็กน้อย / น้ำมันพืชสำหรับใช้ทอด
  2. นำบัวบกมาล้างจนสะอาดแล้วหั่นซอยเป็นชิ้นเล็กๆ
  3. นำไข่มาตอกแล้วตีไข่เติมเครื่องปรุงต่างๆ
  4. นำใบบัวบกที่ซอยแล้วผสมลงไปในไข่คนให้เข้ากัน
  5. นำมาทอดในไฟอ่อนจนไข่สุก
สรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ และวิงเวียนศีรษะ

ข่างปองบัวบก (บัวบกชุบแป้งทอด)
  1. เตรียมวัตถุดิบดังนี้ บัวบกสด / ไข่ไก่ / แป้งทอดกรอบ / กระเทียมหั่นหยาบ / หอมแดงหั่นหยาบ / เกลือ / พริกไทยป่น
  2. นำบัวบกสดที่ได้มาล้างทำความสะอาดแล้วหั่นหยาบๆ ให้พอดีคำ
  3. นำแป้งที่ใช้ทอดกรอบนำมาผสมกับไข่ไก่ กระเทียม หอมแดง พริกไทย และเกลือผสมเข้าด้วยกัน
  4. นำบัวบกที่หั่นเตรียมไว้ นำมาชุบกับแป้งที่ผสมไว้
  5. หลักจากนั้นตั้งกระทะ ใส่น้ำมันให้ร้อน
  6. แล้วจึงน้ำบัวบกที่ชุบแป้งแล้ว นำมาทอดให้พอเหลืองกรอบแล้วยกลงให้สะเด็ดน้ำมัน
  7. เป็นอันเสร็จ นำมาจิ้มกินกับน้ำจิ้มไก่ตามใจชอบได้เลย
คุกกี้บัวบก
  1. ให้เตรียมวัตถุดิบดังนี้ บัวบกหั่นละเอียด 2 ถ้วยตวง / ไข่ไก่ 1 ฟอง / แป้งอเนกประสงค์ 2 ถ้วยตวง / เนยสดรสเค็ม 2 ถ้วยตวง / น้ำตาลทราย 1.1/2 ถ้วยตวง / ผงฟู 2 ช้อนชา / กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา
  2. นำใบบัวบกมาล้างทำความสะอาดแล้วหั่นให้ละเอียด โดยตัดก้านและใบออกจากกัน ก้านให้หั่นเป็นท่อนเล็กๆ ส่วนใบนำมาเรียงซ้อนกันแล้วหั่นตามขวางและกลับมาหั่นอีกข้าง แล้วพักไว้
  3. นำแป้งและผงฟูมาร่อนผ่านตะแกรง 2 รอบ แล้วพักไว้
  4. รำเนยสดมาตีให้เข้ากับน้ำตาล ด้วยความเร็วปานกลางจนขึ้นฟูประมาณ 1 นาที
  5. ใส่ไข่ไก่และกลิ่นวนิลาลงไป แล้วตีให้เข้ากัน
  6. ค่อยๆใส่แป้งที่ร่อนไว้แล้วลงไปทีละน้อย (ครั้งละ 1 ส่วน 3 ของแป้งทั้งหมด) แล้วตีแป้งให้เข้ากับส่วนผสมทั้งหมด
  7. นำบัวบกที่หั่นละเอียดแล้วใส่ลงไปในแป้ง แล้วผสมให้เข้ากันอีกครั้ง
  8. นำไปอบในตู้อบ โดยวางใส่ถาดที่ทาเนยหรือกระดาษทนความร้อน ซึ่งจะต้องตักแป้งให้ได้ตามขนาดที่ต้องการ
  9. ใช้เวลาอบประมาณ 6-8 นาที ด้วยอุณหภูมิประมาณ 250 องศา หรือดูว่าขอบเริ่มเหลืองก็เป็นอันใช้ได้แล้ว เสร็จแล้ว คุกกี้บัวบก
น้ำมันบัวบก
  1. เตรียมส่วนผสมดังนั้น บัวบก 4 กิโลกรัม / น้ำมันมะพร้าว 1 ลิตร / น้ำสะอาด 1 ลิตร
  2. นำบัวบกมาล้างน้ำทำความสะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  3. เติมน้ำลงไปในบัวบก แล้วนำไปปั่นจนละเอียด
  4. เสร็จแล้วให้กรองเอาแต่น้ำบัวบกที่ได้จากการปั่น
  5. นำน้ำบัวบกที่กรองได้ไปเคี่ยวกับน้ำมันมะพร้าว โดยใช้ไฟอ่อนๆ ประมาณ 80 องศาเซลเซียส
  6. เคี่ยวไปเรื่อยๆจนเหลือแต่น้ำมันมะพร้าว โดยให้สังเกตลักษณะกากของน้ำมัน จะมีลักษณะแห้งแบบเม็ดทราย ถือว่าเป็นอันใช้ได้ ยกลงจากเจาแล้วกรองเอาน้ำมัน เป็นอันเสร็จ
วิธีใช้น้ำมันบัวบก
  1. ใช้น้ำมันที่ได้นำมาชโลมเส้นผม แล้วนวดให้ทั่วหนังศีรษะ
  2. นวดเสร็จแล้วให้หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที
  3. ครบเวลาแล้วให้สระผมด้วยน้ำอุ่นพร้อมแชมพูตามปกติ เป็นอันเสร็จ
  4. น้ำมันบัวบก สรรพคุณช่วยบำรุงหนังศีรษะและเส้นผม ช่วยทำให้เส้นผมดกดำ แก้ปัญหาผมร่วง ผมหงอกก่อนวัย
คำเตือนและคำแนะนำ
  • สรรพคุณของใบบัวบกการรับประทานใบบัวบกคุณควรพิจารณาพื้นฐานของร่างกาย อย่ามองแต่สรรพคุณเพียงอย่างเดียว
  • บัวบกไม่เหมาะกับคนที่มีภาวะเย็นพร่อง หรือขี้หนาว ท้องอืดบ่อยๆ
  • การรับประทานบัวบกในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้ธาตุในร่างกายเสียสมดุลได้ เพราะเป็นยาเย็นจัด แต่ถ้ารับประทานในขนาดที่พอดีแล้วจะไม่มีโทษต่อร่างกายและได้ ประโยชน์สูงสุด
  • การดื่มน้ำบัวบกติดต่อกันทุกวันให้ดื่มแค่วันละประมาณ 50 มิลลิลิตร
  • การกินเพื่อเป็นยาบำรุง ต้องกินตามขนาดที่ระบุไว้ ถ้ากินใบบัวบกสดๆ ในปริมาณน้อย เช่น วันละ 2-3 ใบทุกวัน ก็ไม่เป็นอะไร หรือจะกินน้ำคั้นบัวบกแก้ช้ำในหรือร้อนใน ติดต่อกัน 1 สัปดาห์ก็ได้
  • ถ้ากินเป็นผัก จิ้มครั้งละ 10-20 ใบ ต่อสัปดาห์ไม่ถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ถ้ากินติดต่อกัน 10 วันอาจจะเป็นพิษกับร่างกายได้
  • การเก็บใบบักบกอย่าเก็บมาเฉพาะใบ เพราะจะทำให้ได้ตัวยาสมุนไพรมาไม่ครบ ให้ถอนมาทั้งต้นและราก เพราะในส่วนของรากจะมีตัวยาสมุนไพรอยู่ด้วย
  • ไม่ควรนำใบบักบกไปตากแดด เพื่อทำให้แห้ง เพราะจะทำให้สูญเสียตัวยาสมุนไพรซึ่งอยู่ในน้ำมันหอมระเหยได้ โดยให้ผึ่งลมตากไว้ในที่ร่มอากาศถ่ายเทสะดวก เมื่อแห้งแล้ว ให้นำมาใส่ขวดปิดฝาให้สนิทป้องกันความชื้น
แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างส่งเสริมสุขภาพ (สสส.), เว็บไซต์หมอชาวบ้าน, สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ, ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

ประโยชน์ของใบบัวบก
ใบบัวบกมีคุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอสูงมาก ช่วยบำรุงสายตาและมีสารแคลเซี่ยมมากเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีวิตามินบี 1 สูงกว่าผักหลาย ๆ ชนิด
ใบบัวบกมีสรรพคุณทางยา ในการแก้ช้ำใน ทำให้หายฟกช้ำได้ดี แก้ร้อนในกระหายน้ำ ลดอาการปวดศรีษะข้างเดียว บำรุงสมอง แก้ความดันโลหิตสูง แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ และขับปัสสาวะ

นอกจากนี้ในการศึกษาทางเภสัชวิทยาเพื่อค้นหาสารสำคัญ หรือหาสารออกฤทธิ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในใบบัวบก พบว่า ใบบัวบกจะให้สารไกลโคไซด์ (Glycosides) หลายชนิดที่ให้ผลต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Antioxidation) ซึ่งส่งผลให้การลดความเสื่อมของเซลล์ อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้ นอกจากนี้ยังพบว่าสารไกลโคไซด์ที่ได้จากใบบัวบกยังส่งผลในการช่วยเร่งการสร้างสารคอลลาเจน (Collagen) ที่เป็นโครงสร้างของผิวจึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการกระตุ้นให้แผลสมานตัวได้เร็ว
ผู้ที่ควรทานใบบัวบก ได้แก่
1. ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความจำเสื่อม อาทิ ผู้สูงอายุ สตรีวัยทอง
2. ผู้ที่อยู่ในวัยทำงานที่ต้องใช้สมองอย่างมาก และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความทรงจำ
3. ผู้ที่มีความเครียดสูงจากการทำงานหนัก
4. ผู้ที่มีความผิดปกติทางผิวหนัง และกล้ามเนื้อโดยมีอาการฟกช้ำ และผิวหนังอักเสบ
5. ผู้ป่วยหลังการผ่าตัด เพราะช่วยเร่งการสมานแผลให้เร็วยิ่งขึ้น
รู้ถึงประโยชน์ของใบบัวบกแล้ว ก็อย่าลืมหันมาหาทานกันได้ เพื่อสุขภาพที่ดี.

อย่าเข้าใจว่า ‘ใบบัวบก’ มีไว้ ‘แก้ช้ำใน’ อย่างเดียว เพราะสรรพคุณทางยาตัวอื่น ๆ ที่อยู่ในผักใบเขียว ‘ใบบัวบก’ ยังมีอีกเพียบ อาทิ บำรุงสายตา บำรุงสมอง ควบคุมระดับแรงดันโลหิตให้เป็นปกติ ลดภาวะความเป็นหมัน ช่วยชะลอความแก่ ช่วยป้องกันร่างกายด้วยการกำจัดสารพิษตกค้างในร่างกาย แก้ช้ำใน บำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า ขับปัสสาวะ แก้อาการเริ่มเป็นบิด ท้องร่วง เป็นยาขจัดเลือดเสีย แก้โรคผิวหนัง แก้พิษงูกัด ระดูขาว ดับพิษไข้ แก้อาเจียนเป็นเลือด และดีซ่าน เป็นต้น

บัวบก เป็นพืชปลูกง่าย มีประวัติการใช้ประโยชน์ทางยามานาน มีใช้ทั้งในตำราอายุรเวทของประเทศจีนและแพทย์แผนไทย พบมากในประเทศแถบยุโรป แอฟริกา อินเดีย ปากีสถาน และศรีลังกา พบว่า ส่วนสำคัญที่มีคุณสมบัติพิเศษอยู่ที่ ส่วนของใบและราก

เมนูสุขภาพทำได้ไม่ยากมาให้ลอง เมนูที่ว่าคือ น้ำใบบัวบก
เตรียมส่วนผสม 3 อย่างคือ
  • ใบบัวบก 10 กรัม
  • น้ำเปล่าต้มสุก 240 กรัม
  • และน้ำเชื่อม 15 กรัม
น้ำเชื่อมจะใส่มากใส่น้อย หรือไม่ใส่ก็ตามชอบมาถึงวิธีทำ ล้างใบบัวบกให้สะอาด นำใส่เครื่องปั่นเติมน้ำต้มสุกเล็กน้อย แล้วปั่นจนละเอียด คั้นกรองเอาแต่น้ำ เติมน้ำเชื่อมปรุงรสตามใจชอบ
 ประโยชน์ของใบบัวบก

ใบบัวบก คืออะไร
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Centella asiatica (L.) Urban.
ชื่อสามัญ : Asiatic pennywort, Indian pennywort
วงศ์ : Apiaceae (Umbelliferae)
ชื่ออื่น : ผักหนอก (ภาคเหนือ) ผักแว่น (ภาคใต้)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ล้มลุก ลำต้นเป็นไหลทอดเลื้อยไปตามดินที่ชื้นแฉะ ขึ้นง่าย มีรากฝอยออกตามข้อ ใบชูตั้งขึ้น มีไหลงอกออกจากต้นเดิม ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปไต ขนาดกว้างและยาว 2-5 ซม. ปลายใบกลม โคนใบเว้า ขอบใบหยัก แผ่นใบสีเขียวมีขนเล็กน้อย ก้านใบยาว ดอก ออกเป็นช่อแบบซี่ร่มตามซอกใบ มีดอกย่อย 2-3 ดอก กลีบดอกมี 5 กลีบ สีม่วงอมแดงกลับกัน ผล เป็นผลแห้งแตกแบน เมล็ดสีดำ
ส่วนที่ใช้ : ทั้งต้นสด
สรรพคุณ :
ใบ - มีสาร Asiaticoside ทำยาทาแก้แผลโรคเรื้อน
ทั้งต้นสด
  • เป็นยำบำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า
  • รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือมีการชอกช้ำจากการกระแทก แก้พิษงูกัด
  • ปวดศีรษะข้างเดียว
  • ขับปัสสาวะ
  • แก้เจ็บคอ
  • เป็นยาห้ามเลือด ส่าแผลสด แก้โรคผิวหนัง
  • ลดความดัน แก้ช้ำใน
เมล็ด - แก้บิด แก้ไข้ ปวดศีรษะ

วิธีและปริมาณที่ใช้ :
ใช้เป็นยาแก้ปวดศีรษะข้างเดียว
  • ใช้ต้นสดไม่จำกัด รับประทาน หรือคั้นน้ำจากต้นสดรับประทาน ควรรับประทานติดต่อกัน 2-3 วัน
ใช้เป็นยาแก้เจ็บคอ
  • ใช้ทั้งต้นสด 10-20 กรัม หรือ 1 กำมือ ตำคั้นน้ำเติมน้ำส้มสายชู 1-3 ช้อนแกง จิบบ่อยๆ
เป็นยาลดความดันโลหิตสูง
  • ใช้ทั้งต้นสด 30-40 กรัม คั้นน้ำจากต้นสด เติมน้ำตาลเล็กน้อย รับประทาน 5-7 วัน
ยาแก้ช้ำใน (พลัดตกหกล้ม)
  • ใช้ต้นสด 1 กำมือ ล้างให้สะอาด ตำคั้นน้ำ เติมน้ำตาลเล็กน้อย ดื่ม 1 ครั้ง รับประทานติดต่อกัน 5-6 วัน
เป็นยาถอนพิษรักษาแผลน้ำร้อนลวก
  • ใช้ทั้งต้นสด 2-3 ต้น ล้างให้สะอาด ตำให้ละเอียดพอกแผลไฟไหม้ ช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อน
เป็นยาห้ามเลือด ใส่แผลสด
  • ใช้ใบสด 20-30 ใบ ล้างให้สะอาด ตำพอกแผลสด ช่วยห้ามเลือดและรักษาแผลให้หายเร็ว
สารเคมี : สารสกัดจากใบบัวบกประกอบด้วย madecassoside asiatic acid, asiaticoside, centelloside, centellic acid brahminoside, brahmic acid.


ความรู้เรื่องสมุนไพร

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

สาระน่ารู้อื่นๆ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

Popular Posts