การรักษาโรค Erectile dysfunction (ED)
ใช้หลักการ Goal Directed therapy คือ การค้นหาความต้องการและความมุ่งหวังของผู้ป่วยเป็นหลัก แล้วเลือกวีการรักษาและปรับเปลี่ยนวิธีการักษาให้เข้ากับความต้องการของผู้ป่วยโดยทั่วไปมักจะเลือกวิธีการรักษาที่ไม่คุกคามก่อน(non-invasive)ถ้าไม่ได้ผลจึงใช้วิธีการผ่าตัดทางเลือกในการักษามี ดังนี้
         
1.การให้คำแนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อหลีกเลี่ยงปัจจัยที่มีผลทำให้เป็นEDเช่นหลีกเลี่ยงอาหารทีทมีไขมันสูง ควบคุมน้ำหนัก เลิกดิ่มสุรา สูบบุหรี่ การหลีกเลี่ยงยาเสพติด หรืองดการใช้ยาบางชนิด การปรึกษาจิตแพทย์ เพื่อรักษาอาการจิตเวช
          2. ยากิน(oral medication)
  • PDE-5 inhibitor(phospphodiesterese type 5) เช่น sildenafil(Viagra), tadalafil(Cialis),vardenafil(Levitra) เป็นยากินที่นิยมและได้ผลมากที่สุดในปัจจุบัน กลไกการออกฤทธิ์ โดยการยับยั้งการทำงานของ enzyme phospphodiesterese type 5 ไม่ให้เปลี่ยน cGMP ไป 5' cGMP ทำให้ cGMP อยู่ได้นานขึ้นในกล้ามเนื้อของ corpus cavernosum ทำให้กล้ามเนื้อเรียบคลายตัวและerection ได้นานขึ้น ดั้งนั้นถ้าไม่มี sexual stimulation และไม่มีการหลั่ง nitric oxide ยาในกลุ่มนี้จะไม่ได้ผลและยาสามารถออกฤทธิ์ที่ phospphodiesterese
  • Oral phentolamine เป็น alpha adrengic blockerออกฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดขยาย ได้ผลใน mild ED ผลข้างเคียงคือ headache ,facial flushing and nasal congestion
  • Apomorphine เป็นยากลุ่ม dopaminergic agonist ออกฤทธิ์ที่ paraventicular nucleus การบริหารยาโดยใช้เป็น sublingual ได้ผลประมาณ 40-50% เทียบกับ placebo ซึ่งได้ผล 35-36 % มีอาการข้างเคียงคือ nausea, vomiting ,sweating,dizziness
  • Trazodone เป็นยากลุ่ม antidepressant นำมาใช้รักษา ED เนื่องจากมีรายงานว่า มีการเกิดองคชาตแข็งค้าง (priapism)หลังจากใช้ยา แต่มีการศึกษาแบบ double blind study พบว่าได้ผลไม่ต่างจาก placebo และมีอาการข้างเคียง คือ drowsiness , nausea,emesis ,blood pressure changes(both hypertension and hypertension)urinary retention ,and priapism
          3.การให้ฮอร์โมนเพศชาย(androgen replacement therapy) ใช้เป็น supplyment therapy ในผู้ป่วยที่มี hypogonadism เท่านั้น โดยจะทำให้เกิด increase sexual interest และมี erection ดีขึ้น ปัจจุบันมีหลายแบบให้เลือก เช่น injection
  • Transdermal,gel และ oral form สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือการให้ androgen replacement therapy แม้ว่าไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่อาจทำให้คนที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากอยู่ มีการลุกลามของมะเร็งมากขึ้น จึงต้องตรวจวัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากก่อนเริ่มรักษาด้วยวิธีนี้
          4. ยาชนิดสอดทางท่อปัสสาวะ (urethal suppositoies)Alprostadil เป็น synthetic formulation of PGE1 ออกฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดขยายตัว เมื่อสอดเข้า urethra ยาจะดูดซึมอย่างรวดเร็วเข้าสู่ corpus spongiosum แล้วผ่านเข้า corpus cavernosum ทาง emissary vein ทำให้มี erection ใน 10-15 นาที ยาชนิดสอดทางท่อปัสสาวะนี้ใช้ได้ผลประมาณ 10-65 เปอร์เซ็นต์ และมีอาการข้างเคียงคือ penile pain, hypotension, syncope, priapism
          5.การใช้ยาฉีดเข้าองคชาติ(intracavernosal injection) ยาในกลุ่มนี้เช่น alprostodil (prostaglandin E1) โดยการฉีดยาเข้า corpus cavernosum โดยตรง ได้ผลประมาณ 70-99% ข้อเสียคือมีอาการเจ็บและเมื่อใช้ไปนานๆอาจเกิด fibroids หรือบางครั้งอาจทำให้องคชาติแข็งค้างได้(priapism)
          6.กระบอกสุญญากาศ(vacuum constriction constriction device)เป็นอุปกรณ์ที่มีรูปร่างเป็นทรงกระบอกต่อกับเครื่องปั๊มสุญญากาศ ควบคุมด้วยมือ โดยสวมกระบอกเข้าไปในองคชาติแล้วบีบให้เกิดสุญญากาศในกระบอก เลือดจะไหลเข้าในองคชาติจนแข็งตัว แล้วใช้ห่วงรัดไว้บริเวณโคนองคชาติ ได้ผล 80-90% และแข็งตัวได้นานประมาณ 30 นาที ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ หรือในผู้ป่วยที่ใช้ยา aspirin,Coumadin
          7.การผ่าตัดในแกนองคชาติเทียม(penile prosthesis)วิธีการผ่าตัดเพื่อใส่แกนขององคชาติเทียม เป็นทางเลือกสุดท้าย เมื่อวิธีการอื่นๆไม่ได้ผล ข้อเสียคือราคาแพง และอาจเกิดปัญหาเมื่อมีกลไกชำรุดหรือมีการติดเชื้อ

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

สาระน่ารู้อื่นๆ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

Popular Posts