กระชาย พืชสมุนไพร ฉายา "โสมไทย"
ส่วนรากของกระชายก็มีลักษณะคล้ายนมผู้หญิง (จึงเรียกว่า นมกระชาย) หรือบางครั้งดูคล้ายเพศชาย จึงมีความเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับสรรพคุณด้านเพศ
“กระชาย”เป็นพืชในวงศ์ Zingiberaceae เช่นเดียวกับ ขมิ้น ขิง และข่า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Boesenbergiapandurata (Roxb.) Holtt. มีลำต้นใต้ดิน (หัว หรือเหง้า) เช่นเดียวกับ ขมิ้น และขิง แต่ลำต้นใต้ดินของกระชายมีขนาดเล็ก เนื่องจากมีรากสะสมอาหารขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 6 เซนติเมตร แยกออกจากลำต้นใต้ดินหลายราก เรียกว่า “นมกระชาย” ใบกระชายโผล่พ้นผิวดินสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ใบคล้ายพุทธรักษา สีเขียวอ่อน กลางใบมีเส้นสีแดง
ลักษณะทั่วไป
กระชาย เป็นไม้ล้มลุก ไม่มีลำต้นบนดิน มีเหง้าใต้ดิน ซึ่งแตกรากออกไปเป็นกระจุกจำนวนมาก อวบน้ำ ตรงกลางพองกว้างกว่าส่วนหัวและท้าย ใบเดี่ยว เรียงสลับเป็นระนาบเดียวกัน รูปขอบขนานแกมรูปไข่ กว้าง 4.5-10 เซนติเมตร ยาว 13-15 เซนติเมตร ตรงกลางด้านในของก้านใบมีร่องลึก ดอก ช่อ ออกแทรกอยู่ระหว่างกาบใบที่โคนต้น กลีบดอกสีขาวหรือชมพูอ่อน ใบประดับรูปใบหอกสีม่วงแดง ดอกย่อยบานครั้งละ 1 ดอก
กระชาย มีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นอีกหลายชื่อ เช่น ทางภาคเหนือเรียก กะแอน ระแอน ทางอีสานบางจังหวัด เรียก ขิงแดง หรือขิงแคง ขิงทราย
กระชาย จัดเป็นพืชล้มลุก มีหัวอยู่ใต้ดิน มีอยู่ 3 ชนิด คือ กระชายเหลือง กระชายดำ กระชายแดง แต่ที่นิยมใส่ปรุงอาหารนั้นเรียกว่า กระชายเหลือง
กระชาย มีถิ่นกำเนิดในแถบร้อนบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบขึ้นอยู่ในป่าดิบร้อนชื้น จึงนับเป็นพืชพื้นบ้านดั้งเดิมของไทยอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งคนไทยคุ้นเคยและนำมาใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ ตั้งแต่ครั้งโบราณจนปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่าคนไทยรู้จักใช้ประโยชน์จากกระชายได้มากกว่าชนชาติอื่นทั่วโลก
กระชาย เป็นพืชสมุนไพรที่แม่บ้านรู้จักอย่างดีอีกชนิดหนึ่ง สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใช้เป็นส่วนผสมสำคัญในแกงป่า หรือผัดเผ็ดต่างๆ
ส่วนของกระชายที่นำมาใช้ประกอบอาหารมากที่สุดคือ รากสะสมอาหาร หรือที่ชาวไทยในอดีตนิยมเรียกว่า “นมกระชาย” นั่นเอง รากกระชายมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว สามารถใช้เป็นผักจิ้มได้โดยตรง แต่คนไทยส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้เป็นเครื่องแกงมากกว่า เพราะมีคุณสมบัติดับกลิ่นคาวของเนื้อหรือปลาได้ดี โดยเฉพาะปลาที่มีกลิ่นคาวจัด เช่น ปลาไหล ปลาดุก หรือปลากุเลา เป็นต้น นอกจากนี้ รากกระชายยังมีกลิ่นเฉพาะตัวใช้ปรุงอาหารบางชนิดให้มีกลิ่นรสที่เป็นเอกลักษณ์ได้อีกด้วย
และการที่กระชายมีสรรพคุณนานาประการนี่เอง กระชาย จึงมีชื่อเรียกสำคัญอีกชื่อหนึ่งในวงการแพทย์แผนไทยว่า “โสมไทย”
แพทย์แผนไทยยุคหลังๆ ตั้งสมญากระชายว่า “โสมไทย” เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกันหลายประการ นอกจากสรรพคุณด้านบำรุงกำลังและสมรรถภาพทางเพศ อันเป็นลักษณะเด่นของสมุนไพรทั้งสองชนิดแล้ว ทั้งกระชายและโสมยังเป็นพืชที่มีส่วนสะสมอาหารที่ใช้เป็นยาอยู่ใต้ดินเหมือนกัน ความเชื่อในสรรพคุณของโสมและกระชายเกี่ยวข้องกับรูปร่างของส่วนที่นำมาใช้เป็นยา นั่นคือ รากของโสมมีลักษณะคล้ายรูปร่างมนุษย์ (บางครั้งเรียก โสม ที่ใช้ทำยาว่า โสมคน)
ส่วนรากของกระชายก็มีลักษณะคล้ายนมผู้หญิง (จึงเรียกว่า นมกระชาย) หรือบางครั้งดูคล้ายเพศชาย จึงมีความเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับสรรพคุณด้านเพศ นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อว่า ต้นโสม จะเรืองแสงในความมืดคล้ายหิ่งห้อย และกระชายเมื่อขุดนำรากขึ้นมาในคืนเดือนมืดก็จะเรืองแสงได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะหากปลูกในพื้นที่ใกล้ทะเล
มีคนบอกว่า กระชาย ก็คือ โสมเมืองไทย เขาบอกกันว่า “กระชาย ขิง ข่า เป็นพืชตระกูลโสม จะมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรดุจเดียวกับโสม หมุนเวียนไปทั่วร่าง แต่กระชายจะระบายออกตามธรรมชาติ” ส่วนโสม ถ้าดื่มกินเป็นประจำ จะค้างติดหมุนเวียนอยู่ในกระแสเลือด ไม่มีการขับถ่ายออก...เกิดโทษในภายหลัง คือเลือดจะเหนียวข้น ระบบการไหลเวียนของโลหิตจะติดขัด ชาวจีนหันมากินกระชาย แต่คนไทยไปซื้อโสมมากินกัน
ประโยชน์ทางสมุนไพร
สรรพคุณของกระชายนั้น บางคนยังไม่รู้ แต่คนที่ทดลองแล้ว พูดกันมากที่สุดมีอยู่ 3 เรื่อง
1. ผมแข็งแรง ผมขาวกลับดำ ผมบางกลับหนา
2. ช่วยย่อยอาหาร
3. เสริมสมรรถภาพทางเพศอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับสรรพคุณอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ที่สุดคือ เป็นตัวกลางในการประสาน เอสโตรเจน เข้ากับแคลเซียม และวิตามินดี
- บำรุงกระดูก (เพราะมีแคลเซียมสูง)
- บำรุงสมอง (เลือดเลี้ยงสมองส่วนกลางดีขึ้น)
- ปรับสมดุลของความดันโลหิต (ความดันโลหิตที่สูงจะลดลง ความดันโลหิตที่ต่ำจะสูงขึ้น)
- ปรับสมดุลของฮอร์โมน
- แก้ปัญหาผมหงอก ผมร่วง
- แก้โรคไต ทำให้ไตทำงานดีขึ้น
- ป้องกันไทรอยด์เป็นพิษ
- บำรุงมดลูก (เพศหญิง)
- ควบคุมไม่ให้ต่อมลูกหมากโต (เพศชาย)
- แก้ปัญหาไส้เลื่อน (เพศชาย)
- กระเพาะปัสสาวะเกร็ง (กรณีนี้อาจใช้เม็ดบัวที่ต้มแล้วนำมากินร่วมกัน)
ตำรายาไทยใช้เหง้าแก้โรคในปาก เช่น ปากเปื่อย ปากเป็นแผล ปากแห้ง ขับระดูขาว ขับปัสสาวะ รักษาโรคบิด แก้ปวดมวนท้อง จากการทดลองในสารสกัดแอลกอฮอล์และคลอโรฟอร์ม พบว่า มีฤทธิ์ต้านเชื้อรา ที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังและในปากได้ดีพอควร
กระชาย มีสรรพคุณในการแก้บิด รักษาท้อง บำรุงธาตุ และเป็นยาบำรุง ที่เรียกกันว่ายาอายุวัฒนะ ถ้าหากมีอาการปวดท้องเริ่มเป็นบิด หรือเป็นบิดมีตัว ลองใช้สูตรนี้ดู


0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

สาระน่ารู้อื่นๆ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

Popular Posts